คำตอบสั้น ๆ คือ ก่อนกดสั่งซื้อ ควรตรวจสอบให้ครบทั้งความง่ายในการใช้งาน ภาษาที่เข้าใจง่าย ความเสถียรของระบบ บริการหลังการขาย และแผนการฝึกใช้งานร่วมด้วย
1. ตรวจสอบจำนวนขั้นตอนของฟังก์ชันหลัก
ลองนับดูว่าการใช้ฟังก์ชันที่จะใช้บ่อยที่สุด เช่น การโทรออก ต้องผ่านกี่ขั้นตอน ยิ่งน้อยขั้นตอนเท่าไหร่ ก็ยิ่งลดโอกาสความสับสนของผู้ใช้มากเท่านั้น
2. เช็กว่าเมนูและคู่มือเป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่าย
หลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่มีศัพท์เทคนิคปะปนอยู่มาก และตรวจสอบว่าคู่มือมีภาพประกอบที่ชัดเจน เข้าใจง่ายโดยไม่ต้องอาศัยความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยี
3. อ่านรีวิวเรื่องความเสถียรจากผู้ใช้จริง
ตรวจสอบว่ามีรีวิวพูดถึงปัญหาเครื่องค้างหรือรวนบ่อยหรือไม่ เพราะความเสถียรมีผลโดยตรงต่อความมั่นใจของผู้สูงอายุในการใช้งานต่อเนื่อง
4. สอบถามบริการหลังการขายให้ชัดเจน
ตรวจสอบว่ามีศูนย์บริการหรือช่องทางให้ความช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายหรือไม่ และมีบริการสอนใช้งานจริงให้หรือเปล่า เพื่อความอุ่นใจเมื่อเกิดปัญหาในภายหลัง
5. วางแผนเวลาฝึกใช้งานร่วมกันตั้งแต่ต้น
เตรียมเวลาสำหรับสอนและฝึกใช้งานร่วมกับผู้สูงอายุตั้งแต่วันแรกที่ได้รับอุปกรณ์ เพราะแม้อุปกรณ์จะดีแค่ไหน ก็ยังต้องการช่วงเวลาปรับตัวในการเริ่มใช้งานเสมอ
สรุป
เมื่อตรวจสอบครบทั้ง 5 ข้อนี้แล้ว ก็จะมั่นใจได้มากขึ้นว่าเทคโนโลยีที่เลือกให้พ่อแม่ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมโยงครอบครัวได้จริง ไม่ใช่แค่ของขวัญที่ซื้อด้วยความหวังดีแต่ไม่ได้ถูกใช้งาน
